รีวิว แฮปปี้เบิร์ธเดย์ Happy Birthday Father ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

         รีวิว แฮปปี้เบิร์ธเดย์ หนังมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ดูไม่สะดวก ที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเรื่อง เช่น การแสดง หลายคนเล่นดี แต่อีกหลายคนสามารถเล่นได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้เกิดขึ้นกับตัวเอก ใหม่ (ธัชพล เกสาโร) ที่ไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้ โดยไม่รู้ว่าเขาตีความบทอย่างไร แต่ที่แน่ๆ เขายังไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นเด็กที่มีปัญหาจริงๆ ซึ่งถ้าฝึกการแสดงออกทางสีหน้ามากกว่านี้น่าจะช่วยได้มากกว่านี้ เพราะคาแร็คเตอร์ไม้ทำให้คนดูประทับใจไม่ได้มาก ส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจดจำมากขึ้นเท่านั้น

         แต่อย่าพึ่งหวังว่าหนังจะไม่ได้ดู เพราะในเนื้อเรื่องยังมีตัวละครที่อายุมากกว่าที่เล่นได้ดีเพื่อช่วยดึงอารมณ์ เช่น ตัวละครแก้ว (อนัญญา เมธาชนากุล) ที่ดูเป็นผู้หญิงที่ดูชั่วร้าย และต้องการแค่ความสบาย แต่ในบางฉากก็สื่อถึงอารมณ์ของแม่ที่ไม่ผูกพันกับลูก แต่ก็มีความกังวลอย่างลึกซึ้งออกมาเช่นกัน เช่น ตุลย์ (สุระ ธีรกุล หรือที่เราคุ้นเคยอย่าง นิกกี้ พิม) รับบทเป็น ร้อยตรี ในลักษณะที่สมจริงและเหมาะสม ด้วยเครื่องจักรที่ดี เป็นคาแรคเตอร์ที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนรักความยุติธรรมที่จับต้องได้

         แต่บทบาทของเขาไม่น่าสนใจเท่าที่ควร และตัวละคร มิน (โคชิตะ เคสโร) พี่สาวของไม ทั้งในจอและนอกจอ ในแง่ของการแสดง เธออาจจะไม่ได้สนใจอะไรเลย แต่ตอนเข้าฉากกับไม้ก็เล่นได้เหมือนพี่น้องกันจริง ๆ ไม่ขัดตา ถือว่าเป็นข้อดีของการใช้คนที่เกี่ยวข้องจริงๆ และสุดท้ายอาอย่างโชด (ชยุตพล บำเพ็ญ) และกำนันอินทร์ (ชินธนพัชร์ อินทริด) ตัวละครที่เป็นเหมือนน้ำและไฟ แม้ว่าบทบาทจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่ทั้งคู่ก็ทำได้ดีในด้านน้ำเสียงที่นุ่มนวล และลุงโกรธ

รีวิว แฮปปี้เบิร์ธเดย์

         แต่หนังมีปัญหากับ “บทสนทนา” ที่หลายครั้งฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ และยิ่งความยาวของคำพูดก็ยิ่งทำให้นักแสดงและนักแสดงสมทบบางคนยังขาดประสบการณ์ ต้องเน้นการท่องจำมากกว่า เช่น การอ่านสคริป

         มันมาถึงจุดที่โชคร้ายมากในหนังเรื่อง รีวิว แฮปปี้เบิร์ธเดย์ นี้ กล่าวคือ หนังจะเลือกแจกจ่ายบทให้ตัวละครหลักทุกตัวเท่าๆ กัน ปรากฎว่าหนังไม่ได้เน้นไปที่ตัวละครอายุน้อยเท่าที่ควร เลยไม่ได้รู้สึกอะไรกับข้อความที่หนังตั้งใจจะสื่อมากนัก แต่การแจกแจงบทเท่าๆ กัน มีข้อดีตรงที่ผู้ฟังจะได้เห็นมุมมองต่างๆ มากมายผ่านตัวละครต่างๆ และเข้าใจพวกเขามากขึ้น

         ส่วนงานภาพกับมุมกล้องที่บางทีก็ดูสวย บางทีก็ดูเกร็งๆ การตัดต่อบางส่วนไม่ราบรื่น และยังมีการใช้เอฟเฟกต์ Dissolve (เปลี่ยนฉากโดยทำให้ฉากก่อนหน้าจางลง) ที่ดูขุ่นเคือง รู้สึกยังไงที่ได้ดู Tsis? ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวที่สลับไปมาระหว่างอดีต และปัจจุบัน เป็นไปอย่างรวดเร็วและทำได้ดี ปกเป็นหนังลัทธิ แต่เล่าเรื่องตรงๆ ไม่มีองค์ประกอบให้ตีความ ส่งผลให้ผู้ชมทั่วไปสามารถรับชมได้อย่างง่ายดาย เน้นเรื่องเต็ม